#คำฝากจากบอส😊
ว่าด้วยเรื่องบุคลากร B’secret 🐝นั่นก็คือ “แม่ทีม” และ “ลูกทีม”
คำถาม: จะเป็นแม่ทีมได้อย่างไร❓
คำตอบ: สต๊อกสินค้าตั้งแต่ 20 ชิ้นขึ้นไปก็สามารถเป็นแม่ทีมเพื่อสร้างทีมของตนเองได้แล้ว
โดยหน้าที่ของคำว่า “แม่ทีม” นั้น หลักๆคือการรับออเดอร์จากลูกทีมและสั่งสินค้าเข้ามากับทางบริษัทในวันที่บริษัทเปิดจองสินค้าในแต่ละล็อต บริษัทเรียกเก็บมัดจำวันไหน มีการแบ่งจ่ายมัดจำและจ่ายสินค้าอย่างไร “แม่ทีม” จำเป็นต้องนำข่าวสารนี้ไปแจ้งในทีมของตนเองให้กระจ่างและต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง
ถามต่อว่าแม่ทีมจะได้อะไร❓
“แม่ทีม” มีหน้าที่ต้องคำนวณออเดอร์ในทีมของตนเองและต้องสต๊อกให้มากกว่าออเดอร์นั้นๆ เพื่อที่จะได้ส่วนต่างราคาส่งที่ถูกลง ซึ่งกำไรส่วนต่างตรงนั้นก็ต้องแลกมาด้วยภาระความรับผิดชอบต่อออเดอร์ในทีมของตนเอง “แม่ทีม”ต้องมีหน้าที่คอยตอบคำถาม สอนงานลูกทีม จัดระบบระเบียบในทีม สอดส่องดูแลลูกทีมไม่ให้ทำผิดกฎที่บริษัทได้วางไว้
คุณสมบัติของ “แม่ทีม” ที่ดีคือ หูตาต้องไว คอยรับฟังข่าวสารจากบริษัทเพื่อนำไปแจ้งทีมของตนได้ทันท่วงที ที่สำคัญต้องมีความกล้าได้กล้าเสีย กล้าตัดสินใจแทนลูกทีมในบางครั้ง เพื่อการเติบโตของทีมตนเอง
จะเห็นได้ว่าการที่จะเป็น “แม่ทีม” ได้นั้น จำเป็นต้องมีความพร้อมด้วยประการทั้งปวง ไม่ใช่แค่เงิน แต่คุณต้องมีศักยภาพที่จะบริหารจัดการให้ทีมของตนมีความก้าวหน้า ต้องมีความรับผิดชอบที่สูงมาก เพราะคุณคือผู้ถือออเดอร์มูลค่าหลักแสน หลักล้านของลูกทีมที่อยู่ภายใต้การดูแลของคุณไว้ในมือ
ส่วนคำว่า “ลูกทีม” นั้น ถึงแม้จะไม่ต้องแบกความรับผิดชอบดูแลคนกลุ่มใหญ่แบบแม่ทีม แต่ทุกคนก็มีหน้าที่ในส่วนของตนเองนั่นก็คือ”การดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด” ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น “แม่ทีม” หรือ “ลูกทีม” ต่างมีความสำคัญเท่าเทียมกัน เพราะพวกเราทุกคนเปรียบเสมือนฟันเฟืองเล็กๆที่ทำให้บริษัทขับเคลื่อนก้าวต่อไปข้างหน้า
“ลูกทีม” ที่ดี ต้องมีความรู้ ความเข้าใจในตัวสินค้าอย่างถ่องแท้ มีจิตบริการ มีจรรยาบรรณต่อตนเองและองค์กร ปฎิบัติตัวตามกฎระเบียบที่บริษัทวางไว้ โดยมีใจเป็นกลางไม่ถือเอาอคติส่วนตนมาเป็นที่ตั้ง เพราะการจะทำงานร่วมกับคนหมู่มากนั้น จำเป็นต้องมีความเข้าอกเข้าใจในส่วนรวม เอาใจเขามาใส่ใจเรา ช่วยกันประคับประคองให้ทีมเดินไปข้างหน้า และที่สำคัญเมื่อคุณได้ตัดสินใจเลือกแม่ทีมของคุณแล้ว ควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ควรเอาอารมณ์มาเป็นที่ตั้ง เพราะจะพาลทำให้ทีมหยุดชะงักและไม่ก้าวหน้า
ทีมทุกทีมเปรียบเสมือนพนักงานที่ทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน เราคือคู่ค้า มิใช่คู่แข่ง เราคือครอบครัวที่ต้องคอยประคับประคองกัน จับมือกันและก้าวไปพร้อมๆกัน เพราะนี่คือหลักการบริหารของแบรนด์เรา
ที่ B’secret มากกว่าผลกำไร คุณจะได้อะไรที่มากกว่า